กฎหมายข่มขืนกระทำชำเราแก้ไขใหม่2568 ตีความอย่างไรการกระทำใดบ้างที่จะผิดฐานข่มขืน

 กฎหมายข่มขืนกระทำชำเราแก้ไขใหม่2568 ตีความอย่างไรการกระทำใดบ้างที่จะผิดฐานข่มขืน

 

      ตามที่ได้มีประกาศพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 30) 2568 ใช้บังคับเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ได้เพิ่มนิยามคำว่า “กระทำชำเรา – คุกคามทางเพศ” เป็นผลให้เปลี่ยนความหมายของการะข่มขืนกระทำกชำเราไปจากเดิมโดยมีสาระสำคัญ  คือ

 

       มาตรา 3 ให้ยกเลิกความใน (18) ของมาตรา 1 แห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 27) พ.ศ.2562 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

 

       “(18) “กระทำชำเรา” หมายความว่า กระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำ โดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำล่วงล้ำอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้อวัยวะอื่นของผู้กระทำหรือวัตถุล่วงล้ำอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น หรือการให้ผู้อื่นกระทำกับผู้กระทำในลักษณะเดียวกัน แต่การให้ผู้อื่นกระทำการดังกล่าวนั้นไม่รวมถึงกรณีที่ผู้อื่นใช้อวัยวะอื่น หรือวัตถุล่วงล้ำอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้กระทำ ทั้งนี้ อวัยวะเพศให้หมายความรวมถึงอวัยวะเพศจากการผ่าตัด    

 

 

ซึ่งคำว่า "กระทำชำเรา" นั้น   คือการล่วงล้ำไปในร่างกาย (การสอดใส่)

 

กฎหมายแก้ไขใหม่นี้การ "กระทำชำเรา" ก็คือจะต้องเป็นในลักษณะ "การสอดใส่" นั่นเอง

 

ซึ่งมิใช่เฉพาะอวัยวะเพศของชายกับหญิงเท่านั้น  แต่ครอบคลุมถึงเพศเดียวกัน ชายกับชาย หญิงกับหญิง หรือ  กลุ่มความหลากหลายทางเพศด้วย (Lesbian): ผู้หญิงรักผู้หญิง.(Gay) ผู้ชายรักผู้ชาย. (Bisexual) รักได้ทั้งชายและหญิง. (Transgender) คนข้ามเพศ  ครอบคลุมทั้งหมดซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายใหม่อื่นๆ ก่อนหน้านี้ แบ่งเป็น

 

1.1 การใช้อวัยวะเพศ ล่วงล้ำเข้าไปใน "อวัยวะเพศ"  "ทวารหนัก"   "ช่องปาก" ของอีกฝ่าย

 

1.2 ใช้อย่างอื่นสอดใส่ล่วงล้ำเข้าไปใน "อวัยวะเพศ" หรือ "ทวารหนัก"  เช่น ใช้นิ้วมือ  สิ่งของ (Sex toy หรือวัตถุอื่นใด) สอดใส่ล่วงล้ำเข้าไป"อวัยวะเพศ" หรือ "ทวารหนัก

 

1.3 การบังคับให้ผู้อื่นใช้อวัยวะเพศหรืออย่างอื่นหรือวัตถุสอดใส่ล่วงล้ำเข้าไปใน"อวัยวะเพศ" หรือ "ทวารหนัก” ของผู้กระทำในลักษณะเดียวกันตามข้อ 1.1 และ 1.แต่การบังคับให้ผู้อื่นกระทำ คือการให้ผู้อื่นใช้อวัยวะเพศล่วงล้ำสอดใส่ อวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้กระทำ ไม่รวมถึงกรณีที่ผู้อื่นใช้อวัยวะอื่น หรือวัตถุล่วงล้ำอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้กระทำ  คือ ไม่รวมถือการที่ให้ผู้อื่นใช้วัตถุหรืออวัยวะอื่นที่ไม่ใช่อวัยวะเพศสำเร็จความใคร่ให้ผู้กระทำ เช่น ให้ผู้อื่นใช้นิ้วมือ ลิ้นหรือ เซ็กส์ทอย สำเร็จความใคร่ให้ผู้กระทำจะไม่ผิดตามมาตรานี้แต่จะผิดในฐานอื่น ซึ่ง อวัยวะเพศให้หมายความรวมถึงอวัยวะเพศจากการผ่าตัด คืออวัยวะเพศที่มาจากการผ่าตัดแปลงเพศด้วย   

 

             ซึ่งหากไม่เข้าตามข้อหาดังกล่าวอาจเป็นความผิดฐาน อนาจาร เท่านั้น ตาม ปอ.มาตรา 278 (กรณีผู้ใหญ่) และ มาตรา 279 (กรณีเด็ก) คำว่า "อนาจาร" คือ"น่าอับอายในทางเพศ" แต่ไม่มีการสอดใส่ล่วงล้ำในร่างกายของอีกฝ่าย  การกระทำที่เข้าข่ายอนาจาร เช่น การกอด จูบ ลูบ คลำ การให้ดูของลับ จับหน้าอก การนำอวัยวะเพศถูไถร่างกายผู้อื่น  โดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม

 

          โดยเมื่อมีการกระทำชำเราตามความหมายดังกล่าวแล้ว จะต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่น ๆ ตามมาตรา 276 คือ คือต้องทำโดยอีกฝ่ายต้องไม่ยินยอม คือทำโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น

 

           มาตรา ๒๗๖ บัญญัติไว้ดังนี้ ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่แปดหมื่นบาทถึงสี่แสนบาท

               ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ได้กระทำโดยทำให้ผู้ถูกกระทำเข้าใจว่าผู้กระทำมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท

               ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ได้กระทำโดยมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้อาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงหรือกระทำกับชายในลักษณะเดียวกัน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต

               ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทำความผิดระหว่างคู่สมรส และคู่สมรสนั้นยังประสงค์จะอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เพียงใดก็ได้ หรือจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติแทนการลงโทษก็ได้ ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกและคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ประสงค์จะอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาต่อไป และประสงค์จะหย่า ให้คู่สมรสฝ่ายนั้นแจ้งให้ศาลทราบ และให้ศาลแจ้งพนักงานอัยการให้ดำเนินการฟ้องหย่าให้

 

ทนายกอบเกียรติ นบ.นบท. ผู้เขียน/รวบรวม

 

Visitors: 186,942