เจ้าหนี้เงินกู้คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปีได้หรือไม่ มีผลในคดีแพ่งอย่างไร

การชำระดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด (ร้อยละ ๑๕ ต่อปี) นำมาหักต้นเงินได้หรือไม่ และถือว่าเป็นการชำระหนี้ตามอำเภอใจหรือไม่ มีข้อพิจารณาจากคำพิพากษาศาลฎีกาปี ๒๕๖๐ ที่วางหลักไว้ดังนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2131/2560

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม. 407, 654

พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 ม. 3

โจทก์คิดดอกเบี้ยจากจำเลยร้อยละ 1.3 ต่อเดือน หรืออัตราร้อยละ 15.6 ต่อปี ซึ่งเป็นการคิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 มาตรา 3 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 654 มีผลให้ดอกเบี้ยดังกล่าวตกเป็นโมฆะ กรณีถือไม่ได้ว่าจำเลยชำระหนี้โดยจงใจฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมายหรือเป็นการกระทำอันใดตามอำเภอใจเสมือนหนึ่งว่าเพื่อชำระหนี้โดยรู้อยู่ว่าตนไม่มีความผูกพันตามกฎหมายที่ต้องชำระ อันจะเป็นเหตุให้จำเลยไม่มีสิทธิได้รับทรัพย์นั้นคืนตาม ป.พ.พ. มาตรา 407 เมื่อดอกเบี้ยของโจทก์เป็นโมฆะ เท่ากับสัญญากู้ยืมมิได้มีการตกลงเรื่องดอกเบี้ยกันไว้ โจทก์ไม่มีสิทธิได้ดอกเบี้ยก่อนผิดนัด และไม่อาจนำเงินที่จำเลยชำระแก่โจทก์มาแล้วไปหักออกจากดอกเบี้ยที่โจทก์ไม่มีสิทธิคิดได้ จึงต้องนำเงินที่จำเลยชำระหนี้ไปชำระต้นเงินทั้งหมด

              #สรุปก็คือ แม้ดอกเบี้ยเป็นโมฆะ ถือเสมือนหนึ่งสัญญากู้ยืมมิได้มีการตกลงเรื่องดอกเบี้ย(หมายถึงดอกเบี้ยที่เป็นผลประโยชน์ตามที่ตกลง) กันไว้ ผู้ให้กู้ไม่มีสิทธิได้ดอกเบี้ยก่อนผิดนัด และไม่อาจนำเงินที่ผู้กู้   ชำระแก่โจทก์มาแล้วไปหักออกจาก ดอกเบี้ยที่โจทก์ไม่มีสิทธิคิดได้ทั้งนี้ ตาม พรบ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.๒๔๗๕ มาตรา ๓ ประกอบ ปพพ มาตรา ๖๕๔ กรณีก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยชำระหนี้โดยจงใจฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมาย หรือเป็นการกระทำอันใดตามอำเภอใจเสมือนหนึ่งว่าเพื่อชำระหนี้โดยรู้อยู่ว่าตนไม่มีความผูกพันตามกฎหมายที่ต้องชำระ อันจะเป็นเหตุให้จำเลยไม่มีสิทธิได้รับทรัพย์นั้นคืน ทั้งนี้ ตามปพพ มาตรา ๔๐๗ ดังนี้   เมื่อโจทก์ไม่มีสิทธิที่จะได้ดอกเบี้ยที่ฝ่าฝืนฯ และในขณะเดียวกันจำเลยก็ไม่มีสิทธิได้รับเงินที่ชำระไปแล้วคืน จึงต้องนำดอกเบี้ยที่โมฆะไปแล้ว หักจากต้นเงินกู้

 (ฎ.๒๑๓๑/๒๕๖๐, ฎ.๕๗๓๖/๒๕๖๐ ประชุมใหญ่)

            อย่างไรก็ตาม โจทก์ผู้ให้กู้ก็ยังมีสิทธิได้ดอกเบี้ยผิดนัด ตามมาตรา ๒๒๔ ปพพ  ในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ซึ่งมิใช่ดอกเบี้ยอันเป็นผลประโยชน์ที่เป็นโมฆะตามที่ตกลงกันดังที่กล่าวข้างต้น

           ตัวอย่าง เช่น  นายไก่กู้ยืมเงิน นาย เป็ด ๕๐,๐๐๐ บาท  ดอกเบี้ยร้อยละ ๒๐ ต่อปี ตกลงชำระต้นเงินและดอกเบี้ยทุกวันที่ ๕ ของเดือน ซึ่งดอกเบี้ยอัตราดังกล่าวเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้(ร้อยละ ๑๕ ต่อปี)ข้อตกลงเรื่องดอกเบี้ยดังกล่าวจึงเป็นโมฆะ นายไก่ ได้ชำระดอกเบี้ยทุกเดือนไปทั้งสิ้น  ๑๐,๐๐๐ บาท แต่ผิดนัดไม่ได้ชำระต้นเงินกู้ เงินค่าดอกเบี้ยดังกล่าวจะต้องนำไปหักกับต้นเงินกู้ ๕๐,๐๐๐ บาท คิดเป็นต้นเงินคงเหลือ ๔๐,๐๐๐  บาท นายไก่ผิดนัดชำระหนี้ต้นเงินในงวดแรกเป็นต้นมา นายเป็นยังมีสิทธิคิดดอกเบี้ยผิดนัดอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ต่างหาก

ทค. กอบเกียรติ นบ.นบท.0864031447

 

Visitors: 3,209